แปดสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศพม่าตอนจบ

Myanmar-005

ในตอนที่แล้วได้มีการพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว 4 แห่งใน 8 แห่งที่คนที่ไปทัวร์พลาดไม่ควรพลาดกันไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ชเวดากอง, พระธาตุอินทร์แขวน, เจดีย์ชเวมอร์ดอร์ หรือพระธาตุมุเตา และพระมหามัยมุนีแห่งมัณฑะเลย์ไปเชื่อว่านักทัวร์พม่าหลายคนคงจะชื่นชอบและคิดอยากที่จะไปทัวร์พม่ากันแล้วใช่ไหมครับแต่ช้าก่อนยังคงมีอีก 4 สถานที่ที่เหลือที่คนที่จะไปทัวร์พม่าต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดครับซึ่ง 4 สถานที่ที่ว่านี้มีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

               สถานที่ๆ ที่ 5 ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือมหาเจดีย์ชเวซิกองแห่งเมืองพุกาม มหาเจดีย์แห่งนี้มีความสำคัญคือเป็นมหาเจดีย์ที่สร้างด้วยศิลปะมอญและเป็นต้นแบบด้านสถาปัตยกรรมในสร้างเจดีย์ของพม่าในยุคต่อๆ มา

               สถานที่แห่งที่ 6 ก็คือ หาดฮาปาลี หาดฮาปาลีแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเมืองตั่งตแวของรัฐยะไข่ เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศพม่าเพราะเนื่องจากเป็นสถานที่ๆ สามารถมองเห็นมหาสมุทรอินเดียได้อย่างชัดเจน

               สถานที่ลำดับ 7 ของการทัวร์พม่าได้แก่ หาดฮเวซวงแห่งเมืองปะเต็นในเขตอิระวดี ชายหาดแห่งนี้ขึ้นชื่อมากในเรื่องของความสะอาดและความเงียบสงบอีกทั้งที่พักยังมีราคาถูกจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาความสงบมาก

               สถานที่สุดท้ายที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดนั่นก็คือหาดซวงทา เมืองปะเต็นในเขตอิระวดี หาดแห่งนี้ อยู่ในเขตหมู่บ้านซวงทาและมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลที่ใหม่และสดมากแถมยังมีเจดีย์ตั้งอยู่ริมทะเลอีกด้วย

ลวดลายของวอลเปเปอร์ลายไทย ตอนที่1

wallpaper-05

เมื่อเราทราบกันแล้วว่าวอลเปเปอร์ลายไทยนั้นคืออะไรขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกวอลเปเปอร์ลายไทยมาตกแต่งห้องหรือบ้านของเราให้เหมาะสมว่าควรจะใช้วอลเปเปอร์ลายไทยซึ่งเราจะไปดูกันครับว่าในปัจจุบันวอลเปเปอร์ลายไทยเขามีลายแบบไหนกันบ้าง

               วอลเปเปอร์ลายไทยที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายลายด้วยกันแต่ที่นิยมมากๆ มีทั้งสิ้น 16 แบบหรือ 16 ลวดลายได้แก่

1.      ลายเทพพนม วอลเปเปอร์ลายเทพพนมนี้เป็นลายที่นิยมมากที่สุดในบรรดาลายวอลเปเปอร์ทั้งหมดมี ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือเทวดาพนมมือที่มักมีเขียนไว้ในสถานที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ เช่นในพระบรมมหาราชวังหรือวัดวาอารามเป็นลายที่เราคุ้นตากันดีที่สุด

2.      ลายไทยพุ่มข้าวบิณฑ์  ลายนี้มีที่มาจากการที่ผู้คนนำข้าวปลาอาหารมาตักบาตร จนข้าวพูนขึ้นพ้นบาตรพระจึงมีการนำมาประดิษฐ์เป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นลายที่นิมกันมากอีกลายหนึ่ง

3.      ลายปิดทอง วอลเปเปอร์ลายนี้เป็นลายไทยที่มีที่มาจากการจำลองการปิดทองเมื่อคราวบูรณะองค์พระเจดีย์ที่วัดพระแก้ว

4.      ลายประจำยาม ลายนี้เป็นลายที่คิดค้นขึ้นมาจากการวางกระจังในสมัยโบราณเป็นอีกลายหนึ่งที่คนไทยยุคก่อนรู้จักและคุ้นเคย

5.      ลายไทยช่อเปลว ลายนี้เป็นการดัดแปลงจากลายพุ่มข้าวบิณฑ์ด้วยการนำเอาลายกนกมาวางลายใส่

6.      ลายใบเทศ  ลายนี้เป็นลายที่เลียบแบบมาจากต้นไม้ต้นมันเทศ จึงเรียกว่าลายใบเทศ

กำลังจะพูดถึงลายที่นิยมใช้กันในวอลเปเปอร์ลายไทยที่เหลืออีก 10 ลายต่อแต่เสียดายพื้นที่หน้ากระดาษดันหมดพอดีดังนั้นคงต้องยกยอดลายที่เหลือไปคราวหน้าครับ

รางม่านม้วน

certain-005

ม่านม้วนนั้นต่อให้เป็นม่านที่ดีสักแค่ไหนหรือแพงแสนแพงอย่างไรแต่ถ้าหากรางม่านม้วนที่เหมาะสมกับการใช้งานไปก็ไม่สามารถที่จะเป็นม่านม้วนที่สมบูรณ์แบบไปได้ซึ่งในปัจจุบันมีรางที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับม่านม้วนด้วยกัน 4 แบบตามความสะดวกและตามเหมาะสมดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่ารางม่านม้วนทั้ง 4 แบบ 4 ระบบนั้นมีอะไรบ้าง

               รางม่านม้วนแบบแรกที่ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันเห็นที่จะหนีไม่พ้นรางม่านม้วนแบบโซ่ดึง รางม่านม้วนในแบบนี้ถือเป็นแบบมาตรฐานที่พบได้บ่อยที่สุดโดยรางม่านนั้นจะเป็นอลูมีเนียมทรงกลม 100% หัวรางสามารถปรับองศาในการดึงได้ด้วยโซ่ดึงระบบวนเส้นเดียว

               รางม่านม้วนแบบที่ 2 คือแบบสปริงล็อค รางประเภทนี้เป็นรุ่นที่ใช้งานได้สะดวกที่สุดเพียงแค่ดึงเชือกที่ชายม่านด้านล่างลงเมื่อต้องการปิดม่านและกระตุกเชือกเบาๆ เมื่อต้องการเปิดม่าน อีกทั้งยังมีระบบเบรคอัตโนมัติเพื่อหยุดม่านตามระดับที่ต้องการอีกด้วย

               แบบที่ 3 ที่จะกล่าวถึงได้แก่แบบกึ่งอัตโนมัติ รางม่านม้วนแบบนี้จะเป็นการรวมเอาระบบโซ่ดึงมาผสมผสานกันกับระบบสปริงล็อคทำให้สะดวกต่อการใช้งานโดยดึงโซ่ลงเมื่อต้องการใช้งานและกระตุกโซ่เบาๆเมื่อต้องการปิดม่านนอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับได้ตามความต้องการอีกด้วย

               แบบที่ 4 แบบกึ่งอัตโนมัติ 2 ชั้น รางม่านม้วนแบบกึ่งอัตโนมัติ 2 ชั้นนี้ เป็นม่านม้วนแบบ 2 ชั้นในรางเดียวกันทำให้สะดวกในการติดตั้งในพื้นที่ๆจำกัดอีกทั้งยังสามารถปรับระดับของแสงได้ตามต้องการอีกด้วย

การเตรียมของใช้ทารกแรกเกิด

baby-012

สำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว การเตรียมพร้อมของใช้สำหรับทารกแล้ว เป็นเรื่องที่ใหม่มาก ๆ และมีความกังวลใจอยู่พอสมควรใช่มั้ยคะ ว่าควรที่จะเตรียมอะไรยังไงบ้าง ที่จะเพียงพอและสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกน้อยที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วัน ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำของใช้ทารกต่าง ๆ ที่คุณแม่จำเป็นจะต้องเตรียมไว้ให้พร้อมค่ะ

เริ่มจากกางเกงผ้าอ้อม หรือผ้าอ้อมอย่างน้อยควรเตรียมเอาไว้ 2 โหลเพราะเด็กแรกเกิด ถึง 3 เดือน จะปัสสาวะต่อวัน 12-18 ครั้งต่อ 1 วัน (ดังนั้นจะต้องมีกางเกงผ้าอ้อมไว้สำหรับเปลี่ยนให้ลูกน้อยประมาณ 12-20 ตัวต่อ 1 วัน และมีไว้สำหรับสลับซักใช้งานอีกเท่ากัน หากมีเวลาซักน้อยควรมีไว้สำหรับเด็กแรกเกิดค่ะ ของใช้ทารกชิ้นต่อไปที่ควรจะมีคือ ขวดนม  5 ขวด สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ และ 12 ขวด สำหรับเด็กที่ดื่มนมชง คุณแม่สลับล้างใช้งานได้ เนื่องจากว่าเด็กที่ดื่มนมชงอย่างเดียวจะต้องใช้ขวดนมจำนวนมากใน 1 วัน เด็กแรกเกิดจะหิวนมบ่อยแต่ทีละน้อย ควรหลีกเลี่ยงการให้ดื่มนมเหลือจากมื้อก่อนหน้า และการชงนมให้ลูกน้อยควรชงเฉพาะให้พอดีในต่อมื้อค่ะ ชิ้

ต่อไปคือ แปรงล้างขวดนม  ควรเลือกซื้อที่หัวปลายแปรงเป็นแบบขนพลาสติก เมื่อเวลาล้างขวดนมที่ก้นขวดหากเป็นปลายแปรง  แบบขนพลาสติกนิ่มจะทำให้ขัดคราบนมได้ดีกว่าแบบปลายแปรงเป็นฟองน้ำ ต่อมาเป็นที่นอนแบบฟองน้ำไม่ยุบตัวมากมากเกินไปที่นอนสำหรับให้ลูกน้อยนอนควรเลือกแบบฟองน้ำที่ไม่ยุบตัวมากเกินไป เนื่องจากว่าหากใช้แบบที่นอนนุ่มมากและยุบตัวมาก จะทำให้เด็กนอนแล้วที่นอนจะยุบและปิดหน้าหรือปิดจมูกลูกน้อยได้  และควรมีผ้ายางรอง 1 ผืน เหตุเพราะปัสสาวะลูกน้อยทะลุถึงที่นอน แล้วที่นอนจะเปียกและต้องเสียเวลาซัก และซักยากเนื่องจากที่นอนชิ้นใหญ่ แต่หากจำเป็นต้องรองผ้ายาง ไว้ที่นอนลูกน้อยก็ควรที่จะมีผ้ารองบนผ้ายางเพื่อไม่ให้ผ้ายางติดกับตัวลูกน้อยโดยตรงเพราะจะทำให้อบร้อนได้ค่ะ

ทัวร์ฮ่องกง เข้าวัดไหว้พระขอพรปีใหม่

ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เป็นธรรมเนียมของชาวพุทธที่นิยมไหว้พระขอพรกัน ซึ่งที่ฮ่องกงก็มีชาวพุทธอยู่เป็นจำนวนมาก ต่างก็นิยมไหว้พระขอพรในวันปีใหม่เช่นกัน ซึ่งหากใครอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไปไหว้พระที่ต่างประเทศล่ะก็ อยากจะแนะนำที่ฮ่องกงเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่นี้มีบริษัททัวร์ฮ่องกงหลายเจ้า จัดทริปพาไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน แต่หากท่านใดอยากจะทัวร์ฮ่องกงด้วยตัวเอง วันนี้ก็มีวัดมานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกค่ะ

china-58

วัดหวังต้าเซียน (wong tai sin temple) 
วัดแรกเป็นวัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไท่ซิน เป็นวัดที่มีอายุกว่าครึ่งศตวรรษแล้วค่ะ บรรยากาศรอบ ๆ นั้นไม่ใช่ป่าไม้แต่เป็นบ้านพักอาศัย ภายในตัววัดนั้นมีความงามแบบจีนโบราณแท้ ๆ เลย เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และรวมพุทธ 3 สายไว้ด้วยกัน นั่นคือ  เต๋า พุทธ และ ขงจื๊อ โดยความเชื่อของชาวฮ่องกงนั้น เชื่อว่าจะใครที่มากราบไหว้สักการะจะได้รับการดุแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เรียกได้เป็นวัดที่เด่นเรื่องการป่วยไข้เลยค่ะ

วัดแชกงหมิว (che kung temple) 
วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม เป็นวัดหนึ่งที่ประชาชนชาวจีนในฮ่องกงให้ความเลื่อมใสศรัทธามากอีกวัดหนึ่ง  สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงตำนานแห่งนักรบราชวงศ์ซ่ง โดยวัดนี้นั้นเด่นเรื่องการแก้ปีชง ตามดวงชะตาราศี  ตามความเชื่อที่ว่า การหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ ชาวฮ่องกงจึงนิยมมากราบไหว้เพื่อการเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่ค่ะ

วัดนางชี (Chi Lin Nunnery)  

วัดนางชี วัดนี้สร้างตามรูปแบบของราชวงศ์ถัง จุดเด่นคือสร้างโดยไม่ใช้ตะปูสักตัวเลยค่ะ เป็นความน่าอัศจรรย์ในภูมิปัญญาของชาวจีนโบราณ โดยวัดนี้ค่อนข้างจะเงียบสงบ ในแต่ละห้องนั้นถูกประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่มาก ภายในวัดยังมีบ่อบัวและสวนบอนไซดัดเหมาะกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

ทัวร์ยุโรปราคาถูก

europe-012

อย่ามองว่าเที่ยวต่างประเทศนั้นจะราคาสูงเสมอบางครั้งจังหวะและโอกาการท่องเที่ยวทัวร์ยุโรปของคนเข้ามาถูกจังหวะเหมือนมีบุญได้เดินทางอาจจะได้เที่ยวในราคาถูกขึ้นมาอย่างเช่นการที่ท่านเดินทางเที่ยวในช่วงที่มีการลดราคาในแต่ทัวร์เนื่องจากเป็นการตอบแทนลูกค้าหรือว่าท่านเดินทางกันไปเป็นคู่เค้าเลยลดราคาให้ นี่เป็นเรื่องที่เกิดข้นได้ในบางจังหวะที่คุณต้องการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปพอดี หากอยากได้แบบที่ว่าคุณก็ควรที่จะอดทนและไม่มีความรีบร้อนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในเร็ววันและคุณก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเทศกาลท่องเที่ยวมากนักและอยากเที่ยวทัวร์ยุโรปที่มีอากาศหนาวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็พอใจแล้วผมว่าแบบนี้เหมาะกับคุณมากเพราะส่วนใหญ่แล้วทัวร์ยุโรปราคาถูกก็มักเป็นช่วงที่เรียกว่านอกฤดูกาลท่องเที่ยวนั่นเองอาจจะมีการลดราคาเองจากคนเดินทางไปเที่ยวน้อยกว่าปกติเพื่อสร้างแรงจูงใจ

               หรืออีกอย่างนะครับก็รูปแบบเหมือนกับทัวร์ยุโรปปกติที่เค้าจัดกันอยู่เมื่อมีการแข่งขันกันของบริษัททัวร์ทำให้เกิดการแย่งลูกค้าโดยการส่งเสริมการขายด้วยการออกโปรโมชั่นลดราคาถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวนะครับเที่ยวในราคาถูกแต่คุณภาพเท่าราคาทั่วไปผมเองก็อยากได้แบบนั้นบ้างแต่มันก็มีข้อจำกีดเรื่องจำนวนที่เค้าลดราคานั้นไม่ได้ให้กับทุกคนต้องแย่งกันครับใครจองก่อนก็ได้ก่อนดังนั้นคนที่อยากได้ก็ต้องติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลาหรือว่ามีคนในที่รู้จักกัน

เมืองซีอาน ดินแดนแห่งอารยธรรมจีน

china-48

เมืองซีอานถือได้ว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน  นักท่องเที่ยวที่ทำการทัวร์จีน  จึงพากันมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองซีอานอย่างคับคั่ง  อย่างน้อยเมืองซีอานก็เปรียบเสมือนเป็นเมืองหลวงของมณฑลฉ่านซีในประเทศจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  และเป็นเมืองหนึ่งที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จีนมาตั้งแต่เดิม  เพราะฉะนั้นเมืองซีอานจึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่นักท่องเที่ยวต่างก็ติดตามและค้นหาทุกครั้งที่ได้มีการทัวร์จีนอย่างสมบูรณ์แบบ  กับ “ เมืองที่มีความสงบสุขชั่วนิรันดร์”   

             ปัจจุบันเมืองซีอานถือเป็นแหล่งอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันโด่งดันระดับโลก   นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจีนต่างก็ให้ความสนใจกับการท่องเที่ยวในเมืองซีอานเป็นอย่างมาก  เพราะอย่างน้อยในระหว่างการเดินทางไปเมืองซีอาน  สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจคือเทศกาลชมดอกโบตั๋น  จะถูกกำหนดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีหรือเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทยนั่นเอง   หากนักท่องเที่ยวได้เดินทางมายังที่แห่งนี้ในระยะเวลาของเทศกาลชมดอกโบตั๋นด้วยแล้ว  นักท่องเที่ยวที่ทำการทัวร์จีนได้พบกับคุ้มค่าในบรรยากาศการชื่นชมดอกโบตั๋นที่สวยสดและงดงาม  แถมยังมีหลากหลายสีด้วยกัน  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสีที่ค้นหาและยากที่จะได้พบเห็น  ดอกโบตั๋นจะชูช่ออย่างตระการตาและมีความหมายพิเศษอย่างทรงคุณค่าสำหรับชาวจีนมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน  สัญลักษณ์เมืองจีนจึงยกให้กับดอกโบตั๋น  เพราะเป็นดอกไม้ที่มีความหมายดี ๆ เป็นมงคลและมีความพิเศษอัศจรรย์มากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ๆ อย่างแท้จริง

สนุกสุดขีดที่เกาหลี ในรูปแบบเอเวอร์แลนด์

korea-everland

เอเวอร์แลนด์ สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังของประเทศเกาหลี  จนทำให้นักท่องเที่ยวต้องเดินทางทัวร์เกาหลีเพื่อให้ได้มาค้นพบกับเอเวอร์แลนด์  สถานที่แห่งความสนุกสนานที่เต็มไปด้วยมหัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก  เพราะถือได้ว่าเป็นสวนสนุกสุดล้ำในรูปแบบกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีเสียด้วย    จนถูกขนานนามว่าเป็น  ดิสนีย์แลนด์เกาหลี

             สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ประเทศเกาหลีนี้   กำเนิดและเกิดขึ้นด้วยตระกูลซัมซุง  เจ้าของกิจกรรมซัมซุงมีลูกชายด้วยกัน 3 คน  เมื่อลูกชายคนโตมีหลานชายคนแรก  คุณปู่จึงอยากสร้างสวนสนุกให้เป็นของขวัญ   จึงได้ทำการซื้อภูเขา 1 ลูก เพื่อสร้างสวนสนุกที่อยู่กลางหุบเขา  จนกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ดึงดูดบรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางทัวร์เกาหลีให้มาที่นี้ในปัจจุบันอย่างมากมาก  เพราะที่นี่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับความสนุกสนานและความตื่นตาตื่นใจแบบไม่ยั้งกันเลยทีเดียว   นอกจากความสนุกสุดเหวี่ยงแล้ว   วิวทิวทัศน์สำหรับสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ก็ถือได้ว่าไม่ธรรมดา  และความเป็นธรรมชาติก่อให้เกิดความสวยงามแบบตระการตาได้ตลอดเวลา   วิวทิวทัศน์โดยรอบที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขา  จึงทำให้นักท่องเที่ยวเกาหลี   สัมผัสได้ถึงความสงบที่แอบแฝงไปด้วยความสุขในสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับอย่างสวนสนุกเอเวอร์แลนด์  ที่สำคัญ  ศูนย์รวมความสนุกกับบัตร BIG 5 สามารถเลือกเล่นเครื่องเล่นได้ฟรี 5 ชนิด  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นมหึมาอันน่าหวาดเสียว  ดินแดนแห่งเทพนิยาย และสวนสนุกซาฟารีเวิร์ล  ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ทำการทัวร์เกาหลีจะได้ค้นพบจากที่นี่กับสวนสนุกเอเวอร์แลนด์นั่นเอง

ทัวร์ญี่ปุ่นแนะเที่ยววัดในญี่ปุ่น

สำหรับท่านไหนที่วางแผนพาครอบครัวที่มีผู้ใหญ่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยนั้น วันนี้ทัวร์ญี่ปุ่นเลยขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแนววัดวาอารามมานำเสนอ  ไปติดตามชมกันเลย

เนื่องด้วยปัจจุบันความเจริญทางด้านวัตถุมีผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์เรามากพอสมควร ผู้คนต่างไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยวในจิตใจ และไม่ใช่เพียงแต่คนไทยเท่านั้น หากแต่คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็มีความเชื่อในเรื่องโชคลางและวัตถุมงคลซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจเหมือนกันวัดในภาษาญี่ปุ่นนั้นเรียกว่า “โอเทระ”(otera) ถ้าเป็นศาลเจ้าจะใช้คำว่า “จินจะ” ( Jinjya) โดยสมัยก่อนนั้นมีการสร้างวัดในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจของหนังสือบางฉบับกล่าวไว้ว่า ธุรกิจครอบครัวที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ได้แก่ ครอบครัว Kongo Gumiซึ่งทำธุรกิจการสร้างวัดในญี่ปุ่น แต่ผลจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในยุคฟองสบู่ได้ขายกิจการให้แก่บริษัทอื่นไปโดยดำเนินการมาทั้งสิ้น 1,428 ปีปัญหาสังคมพุทธศาสนาในญี่ปุ่นนั้นส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดของประชากรชาวญี่ปุ่นที่ลดจำนวนลง ส่วนคนยุคใหม่ที่จะช่วยในการสนับสนุนพระพุทธศาสนานับวันจะมีน้อยลงทุกที หลายๆวัดในญี่ปุ่นจึงมีการปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนไปในปัจจุบัน จุดเด่นของวัดในญี่ปุ่นนั้นแตกต่างกันไป บางวัดมีชื่อเสียงเรื่องการจัดสวน ซึ่งสวนของญี่ปุ่นนั้นสร้างตามหลักความเชื่อของลัทธิเต๋า และพุทธศาสนานิกายเซน ที่สอนให้มนุษย์อยู่กับธรรมชาติอย่างสันติ บางวัดโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมที่งดงามและหาดูได้ยาก หรือวัดบางแห่งมีชื่อเสียงเรื่องการขอพรบางประการเช่น ขอบุตร ขอให้ประสบความสำเร็จเรื่องการเรียน ความรักหรือการค้าขาย เป็นต้น ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่น ก็จะหาโอกาสเข้าวัดให้ได้ทุกครั้ง สิ่งที่สังเกตก็คือวัยรุ่นและครอบครัวชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเลือกมาวัดในเวลาที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจ มิใช่เพียงแต่เฉพาะเวลาที่ต้องการที่พึ่งทางจิตใจ เราลองมาดูกันว่าเขาทำอะไรในวัดญี่ปุ่นและมีความเชื่ออะไรบ้างที่คล้ายคลึงกับประเทศไทยเรา

1. บ่อน้ำชำระใจ

เวลาทัวร์ญี่ปุ่นไปวัดที่ประเทศญี่ปุ่น ทุกวัดจะมีการจัดตั้งบ่อน้ำไว้บริเวณทางเข้าวัดเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้สะอาด โดยบริเวณบ่อน้ำจะมีกระบวยวางอยู่ วิธีที่ถูกต้องคือใช้กระบวยตักน้ำล้างมือขวา จากนั้นล้างมือซ้ายและบ้วนปาก ท้ายสุดให้ใช้มือจับที่ปลายไม้ของกระบวยแล้วค่อยๆยกตั้งฉากเพื่อให้น้ำไหลล้างผ่านกระบวย เสร็จแล้ววางที่เดิม

2. กวักตามความเชื่อ

หากใครเคยไปที่วัดอาซากุสะ ( Asakusa) หรือบางท่านเรียกว่า “วัดเซนโซจิ “หรือวัดโคมแดง เพราะมีโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูงถึง 4.5เมตร ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด ผู้คนที่มาวัดนี้ก็มาเพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิมทองคำองค์เล็กที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ ซึ่งมีขนาดเพียง 5.5ซ.ม. สิ่งที่ผู้คนนิยมทำกันก็คือการกวักควันธูปเข้าหาตัว เพราะมีความเชื่อว่าจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ บ้างก็เชื่อว่ากวักไว้เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาประเทศญี่ปุ่นอีก จะเชื่อหรือไม่คงแล้วแต่ความศรัทธา

3. เซียมซีเสี่ยงโชค

คนญี่ปุ่นเองก็เหมือนคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เชื่อในโชคชะตาฟ้าลิขิต ความนิยมเสี่ยงเซียมซีหรือโอมิคุจิ (Omikuji ) เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบไม่แพ้คนไทย ไม่ว่าจะที่ญี่ปุ่นหรือประเทศไทยก็ใช้วิธีการเสี่ยงเซียมซีวิธีเดียวกัน โดยการเขย่าจนได้ตะเกียบแท่งแรกที่ตกลงมา และจะระบุตัวเลขที่ทำนายโชคชะตาแต่ละใบเอาไว้ บางแห่งจะเขียนคำทำนายเฉพาะภาษาญี่ปุ่น ที่แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเองยังต้องกุมขมับ เพราะใช้ตัวอักษรคันจิที่ยากและภาษาที่ต้องแปลจากญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่นอีกที คงคล้ายๆกับของบ้านเราที่มักเขียนคำทำนายในรูปแบบกลอน ซึ่งผู้ที่ได้รับต้องค่อยๆลุ้นแปลทีละประโยค แต่ท้ายสุดทุกท่านก็คงแค่อยากรู้ว่าดีหรือไม่ดี วัดใดที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากหน่อยจะพิมพ์คำทำนายเป็นภาษาอังกฤษเอาไว้ ก็สบายใจได้ที่ไม่ต้องไปพึ่งพาคนญี่ปุ่น หลายท่านเข้าวัดแล้วเจอกิ่งไม้ที่มีกระดาษขาวๆพับไว้ตามจุดต่างๆเต็มต้นคงอยากทราบว่าคืออะไร ใครที่ได้รับข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือสรุปว่าไม่ดีก็สามารถผูกไว้ตามกิ่งไม้หรือบนเชือกในบริเวณที่ทางวัดจัดไว้ให้ สังเกตว่าแต่ละวัดมีคนผูกไว้จนเต็มต้นเลย ไม่แน่ใจว่าโอกาสของคนที่จะรับข้อความดีๆนั้นจะมีสักกี่คนกันเชียว อ่านไว้เพื่อเป็นแนวทางก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใครที่อ่านข้อความไม่ดีแล้วมักมีผลกระทบต่อจิตใจ ก็ขอแนะนำว่าอย่าไปพึ่งการทำนายเซียมซีดีกว่า ยังไงสิ่งที่ดีที่สุดนั้นคือ”อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

4. วัตถุมงคลดลใจ

หลายๆวัดมีการจัดทำวัตถุมงคลที่สามารถนำกลับไปเป็นของฝากให้กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้อย่างดี ที่นิยมกันมากคือเครื่องรางนำโชค ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โอมาโมหริ “(Omamori) ซึ่งในถุงเครื่องรางนั้นอาจจะมีข้อความที่พิมพ์ลงบนกระดาษหรือใช้วัสดุที่ผ่านการทำพิธีทางศาสนาและนำมาบรรจุใส่ถุงผ้าที่มีลวดลายน่ารัก เก๋ไก๋ อย่างลายอิ๊กคิวซังหรือคิตตี้ก็มีจำหน่าย สามารถนำมาห้อยโทรศัพท์หรือกระเป๋าได้หรือสามารถพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ โดยทางวัดจะจัดถุงเครื่องรางเหล่านี้แบ่งออกตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง (Travelling) การเงินการค้าขายที่ดี ( Trading ) ให้สมหวังกับความรัก (Love ) เพื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรงและอายุยืน (Health) การเรียน(Study) หรือแม้กระทั่งการคลอดบุตรให้ปลอดภัย (Deliver Kids) ทั้งนี้ก่อนซื้อก็ดูให้ตรงตามที่ต้องการนะคะ ถ้าไม่ทราบก็จำความหมายของแต่ละคำไว้ให้ดีนะคะ วัดที่มีชื่อเสียงทางด้านการศึกษาที่สุดในญี่ปุ่นคือ “วัดดาไซฟุ “( Dazaifu ) อยู่ที่เมืองฟุกุโอกะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ยังไงใครที่อยากขอพรเรื่องการเรียนก็อย่าลืมหาโอกาสแวะไปนะ

5. สมหวังในรักต้องวัดนี้เลย

เคยไปแวะวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกียวโตที่มีชื่อว่า “วัดคิโยมิสึ”  ซึ่งมีความหมายว่าน้ำบริสุทธิ์ และมีวิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุดเด่นคือการก่อสร้างวิหารไม้นี้ทั้งหมดไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว วัดนี้มีชื่อเสียงเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลจากภูเขาซึ่งจะแยกออกเป็น 3สาย คือ สายความรัก สายการเงิน และสายสุขภาพ แท้จริงแล้วก็ไหลมาจากต้นสายเดียวกัน แต่คงเพื่อความสบายใจของที่มาขอพร เวลายืนมองคนที่เข้าแถวเพื่อจะรอดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ก็นึกขำอยู่ในใจเพราะบางท่านที่ทำใจเลือกสายใดสายหนึ่งไม่ได้ก็จะดื่มทั้งสามสาย ไหนๆกล่าวถึงวัดนี้แล้ว บางท่านไม่เคยทราบว่าภายในวัดนี้ยังมีศาลเจ้าเล็กๆที่ชื่อว่า “ศาลเจ้าเกียวโตจิชู “(Kyoto jishu shrine) ซึ่งจะเน้นเรื่องความรัก เมื่อขึ้นไปบนศาลเจ้าจะเห็นหินก้อนใหญ่บนพื้นที่วางห่างกันประมาณ 10เมตร อยู่สองก้อน เพื่อเป็นการทำนายโชคชะตาความรัก ก็จะนิยมปิดตาแตะหินก้อนหนึ่งและเดินไปแตะหินอีกก้อนหนึ่งให้ได้ ซึ่งเชื่อกันว่าความรักที่คุณมีอยู่นั้นจะสมหวัง แต่สิ่งที่สมหวังแท้จริงแล้วน่าจะเป็นเรื่องมิตรภาพของคนรอบข้างที่เป็นแรงเชียร์ให้คุณแตะหินได้อย่างสำเร็จมากกว่า เพราะมันเป็นความรู้สึกที่คุณสัมผัสได้จริง

6. พรจากแผ่นไม้

การขอพรของชาวญี่ปุ่นนอกเหนือจากการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดนั้นๆแล้ว ชาวญี่ปุ่นนิยมเขียนคำขอพรลงบน Ema(เอมะ) หรือแผ่นไม้ที่มีน้ำหนักเบาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมหรือรูปต่างๆ รวมทั้งพิมพ์รูปสัญลักษณ์ประจำวัดนั้นๆ อาทิ รูปเณรน้อยอิกคิวซัง สำหรับวัดคิงคะคุจิหรือวัดปราสาททอง รูปสุนัขจิ้งจอกสำหรับวัด Fushimi Inaritaisha ซึ่งเป็นวัดที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเกอิชา เป็นต้น โดยผู้ขอพรจะเขียนคำขอลงบนกระดาษแล้วนำไปแขวนไว้ เชื่อกันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะรับรู้ไม่ว่าคุณจะเขียนป้ายเป็นภาษาใด โดยในแต่ละวัดจะมีจำหน่ายแผ่นเอมะนี้ทุกแห่ง

7. เหรียญสมปรารถนา

ก่อนทำการขอพร คนญี่ปุ่นมักจะโยนเหรียญลงในกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีช่องโยนเหรียญ ซึ่งกล่องนี้จะเรียกว่า “ไซเซ็นบาโกะ “(Saisenbako ) วิธีการคือ โยนเหรียญลงในกล่อง จากนั้นตบมือสองครั้งและทำการภาวนาอธิษฐาน หากบางแห่งแขวนกระดิ่งไว้ด้านบนก็สั่นกระดิ่งก่อนตบมือ เชื่อกันว่าเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ยินคำอธิษฐาน คนญี่ปุ่นเองนิยมโยนเหรียญห้าเยนที่มีสีทองและรูตรงกลาง เหรียญห้าเยนในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “โกะเอ็นดามะ “ซึ่งคำว่า “โกะเอ็น “เสียงของคำนี้ไปพ้องกับคำว่าโชคชะตา จึงนิยมใช้เพื่อให้สมความปรารถนา และบางท่านเชื่อว่าเหรียญที่มีรูจะนำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายลอดผ่านรูนี้ออกไป ซึ่งก็แล้วแต่ความเชื่อที่แตกต่างกันไป

8. แมวอ้วนชวนให้โชค

ในบ้านเรามีนางกวักเป็นเทพสัญลักษณ์ของการเรียกเงินเรียกทองของผู้ที่ทำการค้า แต่ในภาคญี่ปุ่นนั้น หลายท่านคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีกับเจ้าแมวตัวกลมที่ยกมือขึ้นข้างลำตัว บางท่านถามว่าการกวักโดยมือซ้ายและมือขวานั้นมีความหมายเหมือนกันหรือไม่ แมวกวักในภาษาญี่ปุ่นนั้นเรียกว่า “มาเนะกิเนะโกะ “(Manekinekko ) ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายมาจากการเชื้อเชิญและแมวมาผสมกัน สำหรับการกวักมือขวานั้นเชื่อว่าเป็นการเรียกเงินทองและโชคดีเข้าบ้าน ส่วนการกวักมือซ้ายนั้นเพื่อการเรียกลูกค้า นิยมวางตามร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ยิ่งยกแขนสูงมากลูกค้ายิ่งเยอะ เพราะฉะนั้นบางตัวจะดูแขนยาวกว่าปกติ บางตัวถือปลา เชื่อว่าจะมีกินมีใช้อุดมสมบูรณ์ตลอดไป หรือถ้ามีกลอง ก็เป็นการเคาะเรียกเงินทอง แมวถือลูกแก้วและพนมมือคือการขอพร ส่วนแมวดำที่บ้านเรากลัวๆนั้น คนญี่ปุ่นจะใช้เป็นเครื่องรางป้องกันภัยอันตรายต่างๆ

9. ความเชื่อที่น่าสน

สุดท้ายขอฝากเรื่องความเชื่อที่ญี่ปุ่นมีเหมือนบ้านเราคือ เรื่องของตัวเลข ตัวเลขที่คนญี่ปุ่นไม่นิยมคือ เลขสี่ เพราะออกเสียงว่า “ชิ”ที่มีความหมายว่าตาย และอีกตัวเลขคือเลข เก้า ซึ่งอาจจะตรงข้ามกับคนไทยที่ชอบเลขเก้า ที่พ้องกับความหมายว่าก้าวหน้า แต่สำหรับญี่ปุ่นนั้นออกเสียงว่า “คุ”ซึ่งพ้องกับความหมายว่าลำบาก คนญี่ปุ่นเองยังเชื่อในเรื่องของอายุที่ควรระวัง ได้แก่อายุที่ครบ 19ปี 33ปี และ 42ปี โดยปีเหล่านี้จะถูกเรียกว่า “ยะคุโดชิ” ซึ่งแต่ละปีจะมีการออกเสียงที่พ้องกับความหมายที่ไม่ดี อาทิ ความลำบาก ความสูญสิ้น ความตาย เป็นต้น ดังนั้นใครที่มีอายุครบตามปีเหล่านี้ก็จะนิยมไปทำบุญเพื่อความสบายใจและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตนเอง