เรื่องเล่าตำนานผีญี่ปุ่น – ตอนที่ 1

japan-0005

การท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น นอกจากเที่ยวตามแหล่งช้อปปิ้ง  แหล่งเที่ยวตามธรรมชาติแล้ว  ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เริ่มสนใจในเรื่องวิถีความเป็นอยู่ ความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบศึกษาเรื่องลี้ลับต่างๆมากขึ้น  เช่น ปัจจุบันจะมีกลุ่มที่ชอบตระเวนไปตามสถานที่ที่มีตำนานต่างๆ ทีมสารคดี เป็นต้น   ดังนั้นเรื่องราวที่เป็นตำนานจึงถูกเปิดเผยมากขึ้นท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี  หากจะว่าไปประเทศญี่ปุ่นเองก็ถือว่าเป็นประเทศในเอเชียลำดับต้นๆที่มีเรื่องเล่าตำนาน และยังคงไว้ซึ่งความเชื่อต่างๆอยู่มาก

วันนี้ทัวร์ญี่ปุ่นจะพาคุณไปรู้จักกับตำนานเหล่านั้น  และหลายๆสถานที่ที่กล่าวถึงในตำนานก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปเยือนมากเสียด้วย  ใครพร้อมแล้วเตรียมตัวฟังกันได้เลยจ้ะ 

ในปี ค.ศ. 1780 นักปราชญ์และศิลปินนาม โทะริยะมะ เซคิเอ็น ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ ภูตผีปีศาจ ของญี่ปุ่น ทั้งที่สิงสถิตอยู่ตามที่ต่างๆ ตลอดจนที่อยู่บนสวรรค์ และ ในนรก เขาพยายามแบ่งแยก ผี ออกเป็นชนิดต่างๆ ตามลักษณะที่มันปรากฏร่างให้เห็น ซึ่งนับเป็นเรื่องยุ่งยากเอาการทีเดียว เนื่องจากผี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอะบะเกะ สามารถปรากฏให้เห็นได้สารพัดรูปแบบ นอกจากโอะบะเกะแล้ว โทะริยะมะ ยังได้รวมเอาบรรดา ผี ปีศาจ ปอบ เปรต และ อสุรกาย มาไว้เป็นพวกเดียวกัน เรียกว่า โยวไค นอกจากนั้นแล้วก็เป็นผีประเภท วิญญาณของคนตาย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ยูเร

ผีญี่ปุ่นแต่โบราณมานั้นมีอยู่ 3 ประเภท คือ

(1) โอบะเกะ Obage [ お化け] = โอบะเกะนั้นแปลตรงๆ ตามความหมายของมันก็คือผี ปกติจะอยู่ในรูปของกลุ่มไอหมอกประหลาดสีดำที่ล่องลองไปตามท้องถนนยามค่ำคืน ซึ่งเมื่อโอบะเกะนั้นเข้าสิงสิ่งใดไม่ว่าคน สัตว์ สิ่งของ สิ่งเหล่านั้นก็จะกลายร่างเป็นผีไปทันใด เช่น ถ้ามันเข้าสิงร่มเก่าๆ ที่มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว ร่มนั้นก็จะถูกกลุ่มไอปิศาจอาบมันจนกลายเป็นดวงตาใหญ่โตแสยะยิ้ม หรือที่คนโบราณเรียกว่าผีร่ม ส่วนเวลาปรากฏตัวของโอบะเกะนั้นส่วนมากจะเป็นตอนกลางคืน มันจะล่องลอยไปในท้องถนนยามค่ำคืนและพยายามหาร่างสิงสู่ของมัน วันดีคืนดีชาวบ้านมักจะพบเกวียนเก่าที่ไม่มีคนขับวิ่งไปตามท้องถนนนั้นก็คือที่สิ่งสู่ของวิญญาณร้ายเหล่านี่

(2) โยวไค youkai [ 妖怪 ] = โยวไค นี้เป็นศัพท์ที่ใช้เรียกเหล่าบรรดาภูติ ผี ปิศาจ ปอบ เปรต และอสุรกายที่มีมาแต่ช้านาน ซึ่งแหล่งที่อยู่เดิมของเหล่าผีพวกนี้คือขุมนรกบ้าง สวรรค์บ้าง บนโลกมนุษย์บ้าง เวลาปรากฏตัวของเหล่าโยวไกนั้นจะเริ่มตั้งแต่ยามโพล้เพล้เป็นต้นไป เช่น ช่วงที่ใกล้ค่ำแล้วท้องฟ้าจะเป็นสีแดง ชาวบ้านมักจะพูดเสมอว่าเวลานี้เป็นเวลาผีออกหากิน และมีธรรมเนียมจะไม่เดินทางไกลในช่วงนี้ เหล่าโยวไคนี้มีมากมายหลายชนิด มีบันทึกเรื่องราวพิศดารนี้อยู่ตามบันทึกญี่ปุ่น เหล่าโยวไคนั้นมีมากหลาย มีทั้งแบบน่าตลกขบขันไปจนถึงน่ากลัวจนขนหัวลุก

(3) ยูเร yurea [ 幽霊 ] = ยูเร นี้เป็นวิญญาณคนที่ตายไปโดยไม่ทันได้ดับจิต หรือที่เรียกกันว่า ผีตายโหง ด้วยจิตคิดพยาบาทดั่งไฟสุมของดวงวิญญาณเหล่านี้ ทำให้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ มีตำนานวิญญาณของหญิงสาวที่โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำเก่าเล่าขานมากมาย สร้างความหวาดผวาไปทั่ว ยูเรนั้นมีอยู่ทั่วทุกแห่งไม่ว่าจะตามสนามรบเก่า ซึ่งยูเราเหล่านั้นจะเป็นชายชาตินักรบที่ตายอย่างสมศักดิ์ศรี วันดีคืนดีชาวบ้านที่เดินทางผ่านสนามรบเก่าก็จะพบเห็นเหล่ากองทัพผีซามูไรพุ่งรบกันอย่างไม่รู้แพ้รู้ชนะ ตามท้องถนนทั่วไปจะเป็น ยูเร ที่ตายในอุบัติเหตุทำนองเดียวกับผีตายโหง และเหล่าสัมภเวสีต่างที่ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ รอวันผุดเกิด เวลาเหมาะสมที่ ยูเร จะปรากฏตัวนั้นคือหลังเที่ยงคืนแต่ ยูเร บางตนก็สามารถปรากฏตัวลางๆได้ในเวลากลางวัน และยูเรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเพศหญิง เพราะผู้หญิงนั้นมีความอาฆาตพยาบาทที่น่ากลัวจริงๆ

               ว่าแล้วในตอนหน้า ทัวร์ญี่ปุ่นจะพาคุณไปพบกับเรื่องเล่าและตำนานต่างๆ  เตรียมตัวคุณให้พร้อมนะ

แปดของฝากจากประเทศเกาหลี(ตอนจบ)

korea-0005

ในคราวที่แล้วผมได้พูดถึงของฝากหรือของที่ระลึกที่คนไปทัวร์เกาหลีต้องซื้อมาฝากคนทางบ้านไปแล้วทั้งสิ้น 4 อย่างจากทั้งสิ้น 8 อย่างโดยเป็นการรวบรวมจากคนไทยที่เคยไปทัวร์เกาหลีมาอย่างช่ำชองดังนั้นในบทความตอนนี้เราจะมาต่อเรื่องของฝากที่เหลือกันครับ

               ของฝากอย่างที่ 5 ที่คนไปทัวร์เกาหลีมักซื้อกลับมาฝากนั้นก็คือสัญลักษณ์ของกินของเกาหลี “กิมจิ” นั่นเองครับโดยกิมจิของทางเกาหลีนั้นเขามีให้เลือกหลากหลายรสชาติมากมายด้วยกันแต่ทางผู้เชี่ยวชาญเขาแนะนำว่าหากอยากได้กิมจิดีๆ ต้องไปซื้อที่โรงเรียนทำกิมจิจะได้กิมจิที่อร่อยและราคาถูกครับ

               ของฝากอย่างที่ 6 นี้ต้องเรียกได้ว่าเป็นที่ชอบอกชอบใจของบรรดาเด็กน้อยแถวบ้านครับเพราะเจ้าของฝากอันนี้ก็คือ เปปเปอโร่หรือกูลิโกะเกาหลีนั่นเองครับ ส่วนรสชาตินั้นก็คล้ายๆกับของบ้านเราเพียงแต่ของเขาตีตราภาษาเกาหลีครับ

               ของฝากลำดับที่ 7 ที่จะกล่าวถึงนี้ต้องบอกว่าไม่สามารถซื้อกลับไปฝากคนที่อยู่เมืองไทยแต่ซื้อไปฝากคนที่ไปทัวร์กับเราได้ครับเพราะเจ้าของที่ว่านี้ก็คือไอศกรีมเมลอนซึ่งเจ้าไอศกรีมประเภทนี้จะมีลักษณ์เป็นแท่งๆ และมีวางขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปของเกาหลี

               ของฝากอย่างที่ 8 อย่างสุดท้ายอันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอทองแดงครับเพราะมันคือโซจูหรือเหล้าขาวเกาหลีนั่นเองครับโดยรสชาติของโซจูแท้ๆ ของเกาหลีนั้นจะมีรสชาติที่เนียนมากไม่บาดคอแต่แรงไม่แพ้เหล้าชนิดอื่นๆ

               ทั้งหมดนี้เป็น 8 ของฝากทางเลือกที่คนไปทัวร์เกาหลีมักเลือกซื้อมาฝากคนที่อยู่ในประเทศของตนนอกเหนือจากเครื่องสำอางซึ่งการจะเลือกซื้ออะไรอย่างไรนั้นคงต้องดูเรื่องความเหมาะสมและงบประมาณเป็นหลักครับ

วิธีดูว่าเป็นครีมหมอยันฮีของแท้หรือของปลอม

facecream-005

ต้องเรียกได้ว่าไม่น่าเชื่อครับกับครีมหมอยันฮีที่แบบ package ที่ได้รับความนิยมและโด่งดังมากมายจนถึงขนาดที่ว่ามีการทำของปลอมลอกเลียนแบบกันเสียแล้ว ซึ่งหลายคนในที่นี้อาจจะเคยใช้ครีมหมอยันฮีประเภทนี้มาบ้างแต่ก็ยังไม่รู้ว่าที่ตนเองใช้อยู่นั้นเป็นของจริงหรือของปลอมดังนั้นในวันนี้ผมจึงมีวิธีเลือกดูครีมหมอยันฮีว่าเป็นของแท้หรือของปลอมมาฝากกันครับ

               อันดับแรกสุดที่ควรสังเกตสำหรับผลิตภัณฑ์ครีมหมอยันฮีเลยก็คือที่ตัวกล่องบรรจุโดยกล่องบรรจุครีมหมอยันฮีของแท้นั้นที่ฝากล่องจะมีตัวนูนคำว่า “โปรดระวังของเลียนแบบ” และก้นกล่องจะมีตัวนูนคำว่า “หมอยันฮี” หรือ “ซูเปอร์บลิงค์”อยู่แล้วแต่ชนิดของครีม ซึ่งข้อความทั้งสองนี้ในครีมหมอยันฮีของปลอมจะไม่มีหรือมีไม่ครบนอกจากนี้ให้สังเกตดีๆ ว่าต้องเป็นตัวนูนเท่านั้นหากเป็นตัวอักษรจมก็เป็นอันว่าไม่ใช่ของแท้เช่นกันครับ

               ถัดมาให้เปิดดูครีมและตลับครีมที่อยู่ข้างในกล่อง package โดยเซรั่มในชุดหากเป็นของแท้นั้นจะมีกลิ่นหอมเนื้อใส ของปลอมเนื้อจะออกสีเหลืองกลิ่นไม่หอม, ครีมกันแดดของแท้เนื้อจะข้นไม่จับตัวในขณะที่ของปลอมเนื้อจะเกลี่ยยากและแห้งเร็ว, ในส่วนของครีมขมิ้นนั้นของแท้เนื้อครีมจะเป็นเนื้อที่ละเอียดมากไม่มีเม็ดๆ หลงเหลืออยู่แต่ของปลอมยังไม่สามารถทำได้ถึงขั้นนั้นจึงทำให้เนื้อครีมมีลักษณะเป็นเม็ดๆ เหมือนเม็ดทราย ทั้งยังสีเข้มจนออกส้มและแห้งเร็วผิดปกติอีกด้วยครับ

แปดสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศพม่าตอนจบ

Myanmar-005

ในตอนที่แล้วได้มีการพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว 4 แห่งใน 8 แห่งที่คนที่ไปทัวร์พลาดไม่ควรพลาดกันไปแล้วไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ชเวดากอง, พระธาตุอินทร์แขวน, เจดีย์ชเวมอร์ดอร์ หรือพระธาตุมุเตา และพระมหามัยมุนีแห่งมัณฑะเลย์ไปเชื่อว่านักทัวร์พม่าหลายคนคงจะชื่นชอบและคิดอยากที่จะไปทัวร์พม่ากันแล้วใช่ไหมครับแต่ช้าก่อนยังคงมีอีก 4 สถานที่ที่เหลือที่คนที่จะไปทัวร์พม่าต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดครับซึ่ง 4 สถานที่ที่ว่านี้มีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

               สถานที่ๆ ที่ 5 ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือมหาเจดีย์ชเวซิกองแห่งเมืองพุกาม มหาเจดีย์แห่งนี้มีความสำคัญคือเป็นมหาเจดีย์ที่สร้างด้วยศิลปะมอญและเป็นต้นแบบด้านสถาปัตยกรรมในสร้างเจดีย์ของพม่าในยุคต่อๆ มา

               สถานที่แห่งที่ 6 ก็คือ หาดฮาปาลี หาดฮาปาลีแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเมืองตั่งตแวของรัฐยะไข่ เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศพม่าเพราะเนื่องจากเป็นสถานที่ๆ สามารถมองเห็นมหาสมุทรอินเดียได้อย่างชัดเจน

               สถานที่ลำดับ 7 ของการทัวร์พม่าได้แก่ หาดฮเวซวงแห่งเมืองปะเต็นในเขตอิระวดี ชายหาดแห่งนี้ขึ้นชื่อมากในเรื่องของความสะอาดและความเงียบสงบอีกทั้งที่พักยังมีราคาถูกจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาความสงบมาก

               สถานที่สุดท้ายที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดนั่นก็คือหาดซวงทา เมืองปะเต็นในเขตอิระวดี หาดแห่งนี้ อยู่ในเขตหมู่บ้านซวงทาและมีชื่อเสียงในเรื่องอาหารทะเลที่ใหม่และสดมากแถมยังมีเจดีย์ตั้งอยู่ริมทะเลอีกด้วย

ลวดลายของวอลเปเปอร์ลายไทย ตอนที่1

wallpaper-05

เมื่อเราทราบกันแล้วว่าวอลเปเปอร์ลายไทยนั้นคืออะไรขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกวอลเปเปอร์ลายไทยมาตกแต่งห้องหรือบ้านของเราให้เหมาะสมว่าควรจะใช้วอลเปเปอร์ลายไทยซึ่งเราจะไปดูกันครับว่าในปัจจุบันวอลเปเปอร์ลายไทยเขามีลายแบบไหนกันบ้าง

               วอลเปเปอร์ลายไทยที่ขายกันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายลายด้วยกันแต่ที่นิยมมากๆ มีทั้งสิ้น 16 แบบหรือ 16 ลวดลายได้แก่

1.      ลายเทพพนม วอลเปเปอร์ลายเทพพนมนี้เป็นลายที่นิยมมากที่สุดในบรรดาลายวอลเปเปอร์ทั้งหมดมี ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือเทวดาพนมมือที่มักมีเขียนไว้ในสถานที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ เช่นในพระบรมมหาราชวังหรือวัดวาอารามเป็นลายที่เราคุ้นตากันดีที่สุด

2.      ลายไทยพุ่มข้าวบิณฑ์  ลายนี้มีที่มาจากการที่ผู้คนนำข้าวปลาอาหารมาตักบาตร จนข้าวพูนขึ้นพ้นบาตรพระจึงมีการนำมาประดิษฐ์เป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นลายที่นิมกันมากอีกลายหนึ่ง

3.      ลายปิดทอง วอลเปเปอร์ลายนี้เป็นลายไทยที่มีที่มาจากการจำลองการปิดทองเมื่อคราวบูรณะองค์พระเจดีย์ที่วัดพระแก้ว

4.      ลายประจำยาม ลายนี้เป็นลายที่คิดค้นขึ้นมาจากการวางกระจังในสมัยโบราณเป็นอีกลายหนึ่งที่คนไทยยุคก่อนรู้จักและคุ้นเคย

5.      ลายไทยช่อเปลว ลายนี้เป็นการดัดแปลงจากลายพุ่มข้าวบิณฑ์ด้วยการนำเอาลายกนกมาวางลายใส่

6.      ลายใบเทศ  ลายนี้เป็นลายที่เลียบแบบมาจากต้นไม้ต้นมันเทศ จึงเรียกว่าลายใบเทศ

กำลังจะพูดถึงลายที่นิยมใช้กันในวอลเปเปอร์ลายไทยที่เหลืออีก 10 ลายต่อแต่เสียดายพื้นที่หน้ากระดาษดันหมดพอดีดังนั้นคงต้องยกยอดลายที่เหลือไปคราวหน้าครับ

รางม่านม้วน

certain-005

ม่านม้วนนั้นต่อให้เป็นม่านที่ดีสักแค่ไหนหรือแพงแสนแพงอย่างไรแต่ถ้าหากรางม่านม้วนที่เหมาะสมกับการใช้งานไปก็ไม่สามารถที่จะเป็นม่านม้วนที่สมบูรณ์แบบไปได้ซึ่งในปัจจุบันมีรางที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับม่านม้วนด้วยกัน 4 แบบตามความสะดวกและตามเหมาะสมดังนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับว่ารางม่านม้วนทั้ง 4 แบบ 4 ระบบนั้นมีอะไรบ้าง

               รางม่านม้วนแบบแรกที่ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันเห็นที่จะหนีไม่พ้นรางม่านม้วนแบบโซ่ดึง รางม่านม้วนในแบบนี้ถือเป็นแบบมาตรฐานที่พบได้บ่อยที่สุดโดยรางม่านนั้นจะเป็นอลูมีเนียมทรงกลม 100% หัวรางสามารถปรับองศาในการดึงได้ด้วยโซ่ดึงระบบวนเส้นเดียว

               รางม่านม้วนแบบที่ 2 คือแบบสปริงล็อค รางประเภทนี้เป็นรุ่นที่ใช้งานได้สะดวกที่สุดเพียงแค่ดึงเชือกที่ชายม่านด้านล่างลงเมื่อต้องการปิดม่านและกระตุกเชือกเบาๆ เมื่อต้องการเปิดม่าน อีกทั้งยังมีระบบเบรคอัตโนมัติเพื่อหยุดม่านตามระดับที่ต้องการอีกด้วย

               แบบที่ 3 ที่จะกล่าวถึงได้แก่แบบกึ่งอัตโนมัติ รางม่านม้วนแบบนี้จะเป็นการรวมเอาระบบโซ่ดึงมาผสมผสานกันกับระบบสปริงล็อคทำให้สะดวกต่อการใช้งานโดยดึงโซ่ลงเมื่อต้องการใช้งานและกระตุกโซ่เบาๆเมื่อต้องการปิดม่านนอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับได้ตามความต้องการอีกด้วย

               แบบที่ 4 แบบกึ่งอัตโนมัติ 2 ชั้น รางม่านม้วนแบบกึ่งอัตโนมัติ 2 ชั้นนี้ เป็นม่านม้วนแบบ 2 ชั้นในรางเดียวกันทำให้สะดวกในการติดตั้งในพื้นที่ๆจำกัดอีกทั้งยังสามารถปรับระดับของแสงได้ตามต้องการอีกด้วย

การเตรียมของใช้ทารกแรกเกิด

baby-012

สำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว การเตรียมพร้อมของใช้สำหรับทารกแล้ว เป็นเรื่องที่ใหม่มาก ๆ และมีความกังวลใจอยู่พอสมควรใช่มั้ยคะ ว่าควรที่จะเตรียมอะไรยังไงบ้าง ที่จะเพียงพอและสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับลูกน้อยที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกได้ไม่กี่วัน ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำของใช้ทารกต่าง ๆ ที่คุณแม่จำเป็นจะต้องเตรียมไว้ให้พร้อมค่ะ

เริ่มจากกางเกงผ้าอ้อม หรือผ้าอ้อมอย่างน้อยควรเตรียมเอาไว้ 2 โหลเพราะเด็กแรกเกิด ถึง 3 เดือน จะปัสสาวะต่อวัน 12-18 ครั้งต่อ 1 วัน (ดังนั้นจะต้องมีกางเกงผ้าอ้อมไว้สำหรับเปลี่ยนให้ลูกน้อยประมาณ 12-20 ตัวต่อ 1 วัน และมีไว้สำหรับสลับซักใช้งานอีกเท่ากัน หากมีเวลาซักน้อยควรมีไว้สำหรับเด็กแรกเกิดค่ะ ของใช้ทารกชิ้นต่อไปที่ควรจะมีคือ ขวดนม  5 ขวด สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ และ 12 ขวด สำหรับเด็กที่ดื่มนมชง คุณแม่สลับล้างใช้งานได้ เนื่องจากว่าเด็กที่ดื่มนมชงอย่างเดียวจะต้องใช้ขวดนมจำนวนมากใน 1 วัน เด็กแรกเกิดจะหิวนมบ่อยแต่ทีละน้อย ควรหลีกเลี่ยงการให้ดื่มนมเหลือจากมื้อก่อนหน้า และการชงนมให้ลูกน้อยควรชงเฉพาะให้พอดีในต่อมื้อค่ะ ชิ้

ต่อไปคือ แปรงล้างขวดนม  ควรเลือกซื้อที่หัวปลายแปรงเป็นแบบขนพลาสติก เมื่อเวลาล้างขวดนมที่ก้นขวดหากเป็นปลายแปรง  แบบขนพลาสติกนิ่มจะทำให้ขัดคราบนมได้ดีกว่าแบบปลายแปรงเป็นฟองน้ำ ต่อมาเป็นที่นอนแบบฟองน้ำไม่ยุบตัวมากมากเกินไปที่นอนสำหรับให้ลูกน้อยนอนควรเลือกแบบฟองน้ำที่ไม่ยุบตัวมากเกินไป เนื่องจากว่าหากใช้แบบที่นอนนุ่มมากและยุบตัวมาก จะทำให้เด็กนอนแล้วที่นอนจะยุบและปิดหน้าหรือปิดจมูกลูกน้อยได้  และควรมีผ้ายางรอง 1 ผืน เหตุเพราะปัสสาวะลูกน้อยทะลุถึงที่นอน แล้วที่นอนจะเปียกและต้องเสียเวลาซัก และซักยากเนื่องจากที่นอนชิ้นใหญ่ แต่หากจำเป็นต้องรองผ้ายาง ไว้ที่นอนลูกน้อยก็ควรที่จะมีผ้ารองบนผ้ายางเพื่อไม่ให้ผ้ายางติดกับตัวลูกน้อยโดยตรงเพราะจะทำให้อบร้อนได้ค่ะ

ทัวร์ฮ่องกง เข้าวัดไหว้พระขอพรปีใหม่

ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เป็นธรรมเนียมของชาวพุทธที่นิยมไหว้พระขอพรกัน ซึ่งที่ฮ่องกงก็มีชาวพุทธอยู่เป็นจำนวนมาก ต่างก็นิยมไหว้พระขอพรในวันปีใหม่เช่นกัน ซึ่งหากใครอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไปไหว้พระที่ต่างประเทศล่ะก็ อยากจะแนะนำที่ฮ่องกงเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่นี้มีบริษัททัวร์ฮ่องกงหลายเจ้า จัดทริปพาไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน แต่หากท่านใดอยากจะทัวร์ฮ่องกงด้วยตัวเอง วันนี้ก็มีวัดมานำเสนอเพื่อเป็นทางเลือกค่ะ

china-58

วัดหวังต้าเซียน (wong tai sin temple) 
วัดแรกเป็นวัดหวังต้าเซียน หรือ หว่องไท่ซิน เป็นวัดที่มีอายุกว่าครึ่งศตวรรษแล้วค่ะ บรรยากาศรอบ ๆ นั้นไม่ใช่ป่าไม้แต่เป็นบ้านพักอาศัย ภายในตัววัดนั้นมีความงามแบบจีนโบราณแท้ ๆ เลย เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และรวมพุทธ 3 สายไว้ด้วยกัน นั่นคือ  เต๋า พุทธ และ ขงจื๊อ โดยความเชื่อของชาวฮ่องกงนั้น เชื่อว่าจะใครที่มากราบไหว้สักการะจะได้รับการดุแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เรียกได้เป็นวัดที่เด่นเรื่องการป่วยไข้เลยค่ะ

วัดแชกงหมิว (che kung temple) 
วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม เป็นวัดหนึ่งที่ประชาชนชาวจีนในฮ่องกงให้ความเลื่อมใสศรัทธามากอีกวัดหนึ่ง  สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงตำนานแห่งนักรบราชวงศ์ซ่ง โดยวัดนี้นั้นเด่นเรื่องการแก้ปีชง ตามดวงชะตาราศี  ตามความเชื่อที่ว่า การหมุนกังหันกลับทิศ จะช่วยหมุนชีวิตพลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีได้ ชาวฮ่องกงจึงนิยมมากราบไหว้เพื่อการเริ่มต้นที่ดีในวันปีใหม่ค่ะ

วัดนางชี (Chi Lin Nunnery)  

วัดนางชี วัดนี้สร้างตามรูปแบบของราชวงศ์ถัง จุดเด่นคือสร้างโดยไม่ใช้ตะปูสักตัวเลยค่ะ เป็นความน่าอัศจรรย์ในภูมิปัญญาของชาวจีนโบราณ โดยวัดนี้ค่อนข้างจะเงียบสงบ ในแต่ละห้องนั้นถูกประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปโบราณเก่าแก่มาก ภายในวัดยังมีบ่อบัวและสวนบอนไซดัดเหมาะกับเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

ทัวร์ยุโรปราคาถูก

europe-012

อย่ามองว่าเที่ยวต่างประเทศนั้นจะราคาสูงเสมอบางครั้งจังหวะและโอกาการท่องเที่ยวทัวร์ยุโรปของคนเข้ามาถูกจังหวะเหมือนมีบุญได้เดินทางอาจจะได้เที่ยวในราคาถูกขึ้นมาอย่างเช่นการที่ท่านเดินทางเที่ยวในช่วงที่มีการลดราคาในแต่ทัวร์เนื่องจากเป็นการตอบแทนลูกค้าหรือว่าท่านเดินทางกันไปเป็นคู่เค้าเลยลดราคาให้ นี่เป็นเรื่องที่เกิดข้นได้ในบางจังหวะที่คุณต้องการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปพอดี หากอยากได้แบบที่ว่าคุณก็ควรที่จะอดทนและไม่มีความรีบร้อนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในเร็ววันและคุณก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเทศกาลท่องเที่ยวมากนักและอยากเที่ยวทัวร์ยุโรปที่มีอากาศหนาวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆก็พอใจแล้วผมว่าแบบนี้เหมาะกับคุณมากเพราะส่วนใหญ่แล้วทัวร์ยุโรปราคาถูกก็มักเป็นช่วงที่เรียกว่านอกฤดูกาลท่องเที่ยวนั่นเองอาจจะมีการลดราคาเองจากคนเดินทางไปเที่ยวน้อยกว่าปกติเพื่อสร้างแรงจูงใจ

               หรืออีกอย่างนะครับก็รูปแบบเหมือนกับทัวร์ยุโรปปกติที่เค้าจัดกันอยู่เมื่อมีการแข่งขันกันของบริษัททัวร์ทำให้เกิดการแย่งลูกค้าโดยการส่งเสริมการขายด้วยการออกโปรโมชั่นลดราคาถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวนะครับเที่ยวในราคาถูกแต่คุณภาพเท่าราคาทั่วไปผมเองก็อยากได้แบบนั้นบ้างแต่มันก็มีข้อจำกีดเรื่องจำนวนที่เค้าลดราคานั้นไม่ได้ให้กับทุกคนต้องแย่งกันครับใครจองก่อนก็ได้ก่อนดังนั้นคนที่อยากได้ก็ต้องติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลาหรือว่ามีคนในที่รู้จักกัน